กระหนกสมัยรัชกาลที่ 9
ประตู พรหมรังสี วัดระฆังโฆสิตาราม เมื่อก้าวสู่รัชสมัยของรัชกาลที่ 9 ศิลปกรรมไทยได้ก้าวสู่ความร่วมสมัยกับสากลอย่างแท้จริง ศิลปินมีอิสระในการนำเสนอรูปแบบของงานซึ่งสะท้อนถึงแนวคิด ปรัชญา ซึ่งสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน
ประตู พรหมรังสี วัดระฆังโฆสิตาราม เมื่อก้าวสู่รัชสมัยของรัชกาลที่ 9 ศิลปกรรมไทยได้ก้าวสู่ความร่วมสมัยกับสากลอย่างแท้จริง ศิลปินมีอิสระในการนำเสนอรูปแบบของงานซึ่งสะท้อนถึงแนวคิด ปรัชญา ซึ่งสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน
หน้าบันวัดพระศรีมหาธาตุ พระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 8 ลักษณะเป็นตรากลมรูปพระโพธิสัตว์ประทับบนบัลลังก์ดอกบัว ห้อยพระบาทขวาเหนือบัวบาน หมายถึงแผ่นดิน พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัวตูม และมีเรือนแก้วด้านหลังแทนรัศมี มีแท่นรองรับตั้งฉัตรบริวารทั้งสองข้าง
ตัวอย่างภาพฝาผนังวัดระฆังโฆสิตาราม ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 ได้มีการจัดตั้งกรมศิลปากรขึ้นมาในปี พ.ศ.2456 รัชกาลที่ 6 ได้ทรงโปรดให้มีการทำนุบำรุงศิลปะไทยเนื่องจากทรงเกรงว่าสถาปัตยกรรมต่างชาติจะเข้ามาแทนที่สถาปัตยกรรมไทย
ตัวอย่างลายเสา วัดราชบพิธ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการนำสถาปนิก จิตรกร และประติมากรชาติตะวันตกซึ่งส่วนมากเป็นชาวอิตาเลี่ยนเข้ามาทำงานในประเทศไทยจึงมีการก่อสร้างสถาปัตยกรรมทางตะวันตกขึ้นเช่นพระที่นั่งอนันตสมาคม พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท งานศิลป์เริ่มมีการเน้นสัดส่วนทางกายวิภาคตามแบบตะวันตกซึ่งเน้นความสมบูรณ์ตามจริง
ภาพขยายผนังปราสาทพระเทพบิดร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อถึงรัชสมัยของรัชกาลที่ 4 มีการรับเอาอิทธิพลของศิลปะตะวันตกเข้ามาทำให้งานจิตกรรมเริ่มมีการเน้นมิติให้สมจริงยิ่งขึ้นสืบเนื่องมาจากการผูกสัมพันธไมตรีกับชาวต่างชาติเช่นในงานจิตกรรมฝาผนังของขรัวอินโข่ง ซึ่งมีการสร้างความลึกแบบ 3 มิติ มีระยะไกล้ใกล้ การจัดวางภาพเน้นความจริงในธรรมชาติ
ตัวอย่างลายกระหนกกระเบื้องเคลือบจากวัดพระเชตุพนวิมนมังคลาราม ในรัชสมัยของรัชกาลที่ ๓ นั้น นับได้ว่าเป็นยุคทองของงานจิตรกรรม โดยได้มีการสนับสนุนช่างฝีมืออย่างเต็มที่ เแม้ว่าศิลปะแบบอยุธยายังคงเป็นแบบแผนที่ยึดถือสืบมาเช่นเดียวกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 1 และ
หลังการเสียกรุงในตอนปลายของอยุธยา ประเทศไทยอยู่ในสภาวะระส่ำระส่าย เนื่องจากปัญหาด้านการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อสร้างประเทศให้เข้มแข็งอีกครั้ง รัชกาลที่ 1 ได้ทรงการออกประมวลกฎหมายใหม่ มีการแบ่งเขตการปกครองเพื่อให้มีการบริหารงานแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพโดยแบ่งเป็นหกกรม ได้แก่กรมนา
จิตกรรมฝาผนังห้องที่ 128ไพนาสุริยวงศ์กับวรณีสูรพี่เลี้ยงลอบไปกรุงมลิวัน ผ่านด่านไฟกรด น้ำกรดของกรุงมลิวัน เข้าเฝ้าท้าวจักรวรรดิบอกข่าวทศกัณฐ์ตาย พระปลัดสิง เขียนพ.ศ.2472 ซ่อม 2515
ตัวอย่างลายกระหนกวัดบวรวรวิหารจากขอบหน้าต่างพระวิหาร ลายกระหนกรัชกาลที่ 2 ในรัชสมัยของรัชกาลที่ ๒ นั้นบ้านเมืองได้กลับเข้าสู่ความสงบ ประกอบกับรัชกาลที่ 2